การดูแลสุขภาพหน้าหนาว

หนาวสนุกสุขภาพไฉไล ไม่ว่าหนาวไหนก็ Happy ได้ด้วยสุขภาพแบบฟิตเปรี๊ยะ (Momypedia)
เรื่อง : อ. ณัฐวดี  จันทร์ทรง

          ลมหนาวมาแล้วจ้า!!! หลายคนคงได้สัมผัสกับลมหนาวกันบ้างแล้วใช่ไหมคะ ถึงอากาศจะดีแค่ไหนก็อย่าเผลอตัวเผลอใจไปยืนรับลมหนาวจนไม่สบายเชียวนะคะ เพราะเดี๋ยวป่วยยาวไปถึงปีใหม่จะอดเที่ยวกันพอดี

          เพื่อไม่ให้หน้าหนาวนี้ต้องมีใครนั่งสั่งน้ำมูกจนจมูกแดง หรือนอนซมพิษไข้อยู่แต่บ้าน เรามาเตรียมตัวฟิตสุขภาพให้ดีตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้ากันดีกว่า จะได้สนุกกับหน้าหนาวได้อย่างเต็มเหนี่ยวไปเลย  

http://www.youtube.com/watch?v=nqog82PMm0o

           1. อย่าปล่อยให้ผิวแห้ง อากาศแห้งเย็นมักจะทำให้ผิวเราแห้งกร้าน หรือแตกเป็นขุย ฉะนั้นครีมทาผิวจึงสำคัญค่ะ เลือกครีมที่มีส่วนประกอบของมอยเจอร์ไรเซอร์สูง หรือมีน้ำมันเล็กน้อย ครีมแบบนี้จะช่วยกักเก็บ และเพิ่มความชุ่มชื่นให้ผิวในช่วงหน้าหนาวได้เป็นเลิศ แต่สำหรับเจ้าตัวน้อย ก็ให้ใช้เบบี้ออยล์ทาผิวหลังอาบน้ำจะดีที่สุดค่ะ เพราะไม่ระคายเคืองผิว ไม่มีน้ำหอม แต่อย่าทาเยอะไปนะคะไม่งั้นลูก ๆ อาจจะกลายเป็นหมูน้อยอาบน้ำมันไปซะก่อน หรือคุณพ่อคุณแม่จะใช้ด้วยก็ได้ค่ะ 

           2. ใส่ใจเรื่องอาหาร แน่นอนค่ะว่าเย็น ๆ หนาว ๆ แบบนี้ต้องคู่กับอาหารอุ่น ๆ ร้อน ๆ ดังนั้นควรเลือกทานอาหารร้อน เพื่อรักษาอุณหภูมิของร่างกาย ส่วนใครที่ยังชอบทานของเย็น ๆ พวกไอศกรีม น้ำแข็งใส หรือน้ำเย็น ๆ อยู่ล่ะก็ ลองลดลงบ้างค่ะ ถ้าไม่อยากเป็นหวัดหรือปวดท้อง เพราะกระเพาะและกล้ามเนื้อมีการหดตัวย่างรวดเร็วค่ะ 

           3. ทำความสะอาดที่นอน อันนี้สำคัญค่ะ เพราะหน้าหนาวแบบนี้เราจะชอบซุกตัวกับที่นอนแบบสุขอุรากันเกินไป แต่ในหน้าหนาวแบบนี้ล่ะค่ะที่ชุดเครื่องนอนของเรามักจะมีกลิ่นอับ ไรฝุ่น ดังนั้นหมั่นเอาชุดเครื่องนอนทั้งหลายแหล่มาซักตาก หรือผึ่งแดดอยู่เสมอ เพราะในหน้าหนาวที่ผิวเราแห้งอยู่แล้ว เราอาจจะไปแพ้ไรฝุ่นจากที่นอนจนทำให้เกิดอาการคัน เป็นแผล หรือมีปัญหาโรคผิวหนังได้นะคะ 

           4. ระวังโรคหน้าหนาวทั้งหลาย ไม่ว่าจะหวัด ไข้หวัดใหญ่ ปอดบวม หัดเยอรมัน อีสุกอีใส อุจจาระร่วง รวมไปถึงอาการผื่นคัน ไมเกรน ปวดเกร็งตะคริว ถ้าพบว่ามีอาการน่าสงสัย เช่น ตัวร้อนต่อเนื่องไข้ไม่ลด ท้องเสียต่อเนื่อง หรือผิวหนังเกิดการเปลี่ยนแปลง ให้รีบพบแพทย์โดยด่วน อาจจะดูจิตกจริตไปหน่อยแต่กันไว้ดีกว่าแก้เพราะโรคภัยสมัยนี้รุนแรงขึ้นทุก วันนะคะ

           5. อย่าใช้ยามั่ว ๆ ถ้าเกิดป่วยแบบไม่ทันตั้งตัว ไหนจะแพ้อากาศจามไม่หยุด น้ำมูกไหล เป็นหวัดตัวร้อน ผื่นคัน หรือผิวแห้งแตกรุนแรงจนมีอาการเจ็บหรือมีเลือดซึม อย่าหายามาใช้เองเชียวนะคะ ควรพบแพทย์เพื่อดูอาการ และรับยา เพราะยาตัวเดียวกันไม่ได้ใช้ได้กับทุกคนที่แม้จะเหมือนอาการเหมือนกัน 

           6. ชุดยังชีพ ไม่ ว่าจะเสื้อกันหนาว เสื้อแขนยาว ผ้าพันคอ ถุงเท้า หรือแม้แต่ถุงมือ ของพวกนี้ต้องเตรียมไว้เสมอค่ะ โดยเฉพาะตอนกลางคืน ถ้าอากาศหนาวมากก็ควรใส่ถุงเท้านอนตลอดค่ะ เพราะบริเวณเท้าเราจะรับความเย็นไว้มากที่สุด และจะทำให้อุณหภูมิในร่างกายลดลงอย่างรวดเร็วจนทำให้ไม่สบายได้

           7. กระเป๋าน้ำร้อน ไม่ได้เวอร์นะคะ แต่ควรมีไว้บ้างถึงจะดี ปัจจุบันมีกระเป๋าน้ำร้อนขนาดพกพาเล็ก ๆ ถ้าวันไหนรู้สึกหนาวมากจนชุดยังชีพก็เอาไม่อยู่แล้ว ให้เทน้ำร้อนใส่กระเป๋านำร้อนแล้วพกติดตัวไปเลยค่ะ ถือไว้ให้อุ่นมือ หรือเอาไปซุกไว้ในตัวก็ช่วยรักษาอุณหภูมิในร่างกายได้ดีค่ะ 

           8. ออกกำลังกายอย่าได้ขาด หน้าหนาวแล้วก็อย่าฉวยโอกาสขี้เกียจไปออกกำลังกายนะคะ ยิ่งหนาวก็ยิ่งต้องออกกำลังกายให้ร่างกายได้อบอุ่น และแข็งแรงอยู่เสมอ เพราะถ้าเราเอาแต่นอนซุกผ้าห่มสบายใจ ไหนจะอ้วนเอย ไหนกล้ามเนื้อจะอ่อนแรงเอย แล้วยังจะให้รู้สึกเหนื่อยง่ายด้วย ดังนั้นออกกำลังกายกันเถอะค่ะ 

           9. รักษาความสะอาดของร่างกาย ข้อนี้ขอไว้เลยว่าอย่าลืม ถึงจะหนาวแค่ไหนก็ต้องอาบน้ำเสมอ เพราะร่างกายเราไปเจอสิ่งสกปรกภายนอกมาเยอะ อาจเกิดการสะสมเชื้อโรคจนนำไปสู่อาการเจ็บป่วยได้ แต่ถ้าหนาวจนทนไม่ไหวจริง  ๆ ก็แนะนำให้ทำน้ำอุ่นผสมน้ำยาฆ่าเชื้อที่ใช้ทำความสะอาดร่างกาย แล้วใช้ผ้าขนหนูชุบมาเช็ดทำความสะอาดร่างกายแทนได้ แต่อย่าทำบ่อยนะคะเพราะทางที่ดีที่สุดคือต้องอาบน้ำให้สะอาดค่ะ 

          แค่นี้ไม่ยากเลยใช่ไหมคะ ไม่ว่าจะทำหมดทุกข้อหรือเลือกทำแค่บางข้อ ก็ขอให้ทุกครอบครัวอบอุ่นแบบสุขภาพดีกันตลอดหน้าหนาวไปเลยค่ะ

สำนักงานบัญชีแฟรนไชส์ ลงทุน 50,000 บาท

สำนักงานบัญชีเครือข่าย (อ่านระบบเต็ม)

จุดประสงค์

    ปัจจุบันการแข่งขันงานด้านสำนักงานบัญชีค่อนข้างสูง มีการตัดราคาค่าบริการ ระหว่างสำนักงานบัญชีด้วยกัน โดยไม่ได้ คำนึงถึงต้นทุนที่แท้จริง อีกทั้งต้นทุนในการดำเนินงานเพิ่มขึ้น ทั้งจากค่าจ้างแรงงานและต้นทุนจากการเดินทางไปเก็บเอกสารทำให้ระยะทางในการทำการ (อาณาเขตการรับงาน) ของสำนักงานบัญชีครอบคลุมพื้นที่ไม่กว้างนัก เพราะมีปัญหาเรื่องต้นทุนในการเดินทางที่สูงขึ้น การรวบรวมเอกสารของบริษัทต่าง ๆ (ลูกค้า) มีปัญหา ในการทำรายงานทางบัญชีแต่ละเดือน ก่อนสรุปยอดเพื่อทำการปิดงบการเงิน นอกจากนั้นการลงบัญชีผ่านระบบโปรแกรมบัญชีสำเร็จรูปนักบัญชี ควรที่จะเห็นเอกสารตัวจริงเท่านั้นว่าเอกสารเหล่านั้นถูกจัดทำขึ้นอย่างถูกต้อง ตามเอกสารบัญชี และภาษี เพื่อให้ผู้ทำบัญชี และผู้สอบบัญชีได้เห็นเอกสารตัวจริง หรืออย่างน้อยก็ควรเป็นสำเนาที่ถ่ายจากเอกสารตัวจริงของกิจการ เพื่อลงบัญชี ได้อย่างถูกต้องตามมาตรฐานบัญชี
นอกจากนั้นงานทางด้านบัญชีมักไม่มีนวัตกรรมใหม่ ๆ ออกมาให้ลูกค้าได้เลือก เนื่องจากมีกรอบทำงานที่แน่นอนขายความน่าเชื่อถือขององค์กร และราคาค่าบริการที่ต้องไม่สูง (บางครั้งถูกเกินไปจนไม่คุ้มทุน) บางองค์กรไม่ให้ความสำคัญ กับการทำบัญชีที่ถูกต้องมองว่าเป็นเรื่อง สิ้นเปลืองที่ต้องจ่ายและคิดว่านักบัญชีที่ไหน ๆ ก็เหมือนกัน

    บางครั้งมองว่าการจ้างพนักงานบัญชีมาทำหน้าที่ในองค์กรเสมือนการจ้างเสมียน บางครั้งละเลยที่จะจ้างพนักงานบัญชีที่จบทางด้านบัญชีจริง ๆ บริษัท หรือห้างร้านบางแห่งจะเห็นความสำคัญของบัญชีก็ต่อเมื่อเริ่มมีปัญหา โดยเฉพาะภาษีถูกเจ้าหน้าที่กรมสรรพากรตรวจสอบ
การลงบัญชีไม่ถูกต้องใช้ภาษีไม่ถูกต้อง บัญชีไม่ลงตัวเนื่องจากไม่มีการวางระบบบัญชีที่ถูกต้องตั้งแต่แรกเริ่มด้วย การว่าจ้างสำนักงานบัญชีหรือนักบัญชีอิสระ เมื่อมองไม่เห็นถึงความสำคัญจึงมีการกดราคาในการว่าจ้าง รายได้ที่ถูกกดให้ต่ำโดยไม่ได้คำนึงถึงต้นทุนที่สูงขึ้นจาก ระเบียบใหม่ของสภาวิชาชีพบัญชีทำให้นักบัญชีมีภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น จำเป็นต้องลดคุณภาพงานบริการลงเพื่อแย่งลูกค้ากันเองระหว่างนักบัญชีด้วยกัน เช่น ไม่ติดตามงานของลูกค้า และ ปัญหาอย่างใกล้ชิด

    ทำบัญชีแค่ยื่นภาษีรายเดือนไม่คิดแก้ปัญหาล่วงหน้าทำให้ถูกละเลย ปัญหาเหล่านี้มักจะไปจบตรงที่กิจการลูกค้าถูกสรรพากรตรวจสอบเป็นเพราะใช้ภาษีไม่ถูกต้อง บัญชีไม่ถูกต้อง กำไรสูงไป กำไรต่ำไป สินค้าคงเหลือสูง หรือต่ำกว่าจริงทำให้เสียภาษีไม่ถูกต้อง นักบัญชีเหล่านี้บางครั้งรู้ปัญหาแต่ไม่อยากคิดแก้ปัญหา เนื่องจากต้องการลูกค้าปริมาณมาก ชดเชยกับราคาที่ถูกกดให้ต่ำ จะคิดแก้ปัญหาให้เฉพาะลูกค้าที่ให้ราคาที่เป็นธรรมกับตนเอง ลูกค้าที่กดราคาไม่รู้หรอกว่าการทำเช่นนั้นเสมือนดาบ 2 คมดีใจที่กดราคาค่าจ้างบัญชีได้ถูก แต่บริษัทห้างร้านเหล่านั้นจะรู้มั้ยว่าสิ่งที่คุณต้องเสียเงินในอนาคตอาจจะแพงกว่าเงินที่ประหยัด เนื่องจากนักบัญชีไม่อยากให้คำปรึกษาอย่างเต็มที่ หรือไม่อยากค้นคว้าจากตำราเพื่อแก้ปัญหาให้


แนวคิด

    หากมองว่างานบัญชีสำหรับนักบัญชีที่จบบัญชีเป็นเรื่องที่ถูกต้อง การทำบัญชีต้องถูกตามหลักมาตรฐานบัญชี อาจจะเป็นเรื่องที่ซับซ้อนสำหรับผู้ที่ไม่จบบัญชี หรือแม้กระทั่งผู้ที่จบบัญชีมาโดยตรงก็ตาม นักบัญชีที่ดีจะต้องพัฒนาตัวเองอยู่ เรื่อย ๆ โดยเฉพาะเรื่องภาษีอากร ระเบียบใหม่ ยิ่งเป็นสำนักงานบัญชีด้วยแล้ว ควรรู้ไปถึงแนวคิดของสรรพากรในขณะนั้น นโยบายในขณะนั้นเพราะฉะนั้นแค่อ่านจากตำรายังไม่พอต้อง สืบค้นจากแหล่งข้อมูลอื่นเพิ่มเติม
ต้องยอมรับว่าระบบการศึกษาของไทย ทุกคณะในมหาวิทยาลัย หรือวิทยาลัยนักศึกษามีจำนวนกี่เปอร์เซ็นต์ของผู้ที่จบการศึกษา สามารถทำอาชีพที่เรียนมา อย่างเช่น แพทย์ เภสัช วิศวกร หรือบัญชี สำหรับผู้ที่จบสาขาบัญชีมาโดยตรงมีจำนวนเท่าไรที่สามารถลงบัญชีได้อย่างถูกต้อง การบัน ทึกบัญชีรายวันทั่วไป ให้เป็นไปตามหลักการบัญชี และมาตรฐานบัญชีก็ดูจะเป็นเรื่องที่ยุ่งยาก

    โดยเฉพาะระบบภาษีทำให้ผู้ที่จบบัญชีบางส่วนไม่กล้าที่จะฝึกฝนและออกรับงาน ทางด้านวิชาชีพบัญชีทำให้งานวิชาชีพบัญชีกระจุกตัวอยู่ที่สำนักงานบัญชี หรือผู้ทำบัญชีอิสระบางคนที่ออกรับงานเองซึ่งบุคคลเหล่านี้นอกจากจะต้องรู้ เรื่องบัญชีแล้วจะต้องมีหัวใจผู้ประกอบการอยู่ด้วย คนที่ไม่จบบัญชีแต่มีหัวใจของผู้ประกอบการคิดจะเปิดสำนักงานบัญชี ก็จะมีนักบัญชีบางคนออกมาต่อต้านคนที่ไม่จบบัญชีอย่าเข้ามายุ่งกับ งานบัญชีแล้วก็พูดให้ร้ายว่าบุคคลเหล่านี้ทำให้วงการบัญชีเสียหาย แต่มีอีกจำนวนไม่น้อยที่จบสาขาบัญชีแต่เป็นผู้ทำลายวงการบัญชีเสียเอง นักบัญชีบางคนไม่กล้าที่จะใช้ความ รู้ที่เรียนมาแล้วฝึกฝนจากตำราเพื่อให้ตัวเองรู้เรื่องบัญชีเพิ่มขึ้น และมั่นใจในการออกรับงานเหมือนนักบัญชีอิสระคนอื่น ๆ เนื่องจากเกรงว่าอาจจะทำพลาดหรือให้คำแนะนำไม่ถูกต้อง เพราะบัญชีหากเกิดความเสียหายจะเกี่ยวพันไปถึงการเงินอาจจะต้องชดใช้แทน ลูกค้า ถ้านักบัญชี ไม่ใช้วิธีปฏิเสธความรับผิดชอบ นอกจากความผิดพลาดนั้นเป็นความผิดพลาดของลูกค้าเองซึ่งนักบัญชีได้เคยแนะนำ ให้แก้ไขแล้วแต่ลูกค้าปฎิเสธที่จะทำตาม
เราจะเห็นโดยทั่วไปว่าผู้ที่จบการศึกษาในระดับปวส. หรือ ปริญญาตรี ทุกปีมีเพิ่มขึ้น และจำนวนบุคคลากรที่ว่างงานในแต่ละปีก็เพิ่มขึ้น ตลาดแรงงานไม่พอรองรับ หลายคนไม่มีอาชีพทั้ง ๆ ที่มีความรู้หลายคนอยากกลับไปทำงานที่บ้านต่างจังหวัด แต่ก็ไม่รู้ว่าจะทำอาชีพอะไรจะเข้าไปในตลาดแรงงานก็มีไม่เพียงพอกลับ บ้านก็ไม่มีอาชีพรองรับจะขายของก็ไม่ชอบ หรือมีทุนไม่เพียงพอจะเข้าไปทำอาชีพอิสระประเภทขายประกัน ขายสินเชื่อ ขายบัตรเครดิต ขายตรงสินค้าก็ไม่แน่ใจว่าจะทำเป็น อาชีพได้หรือไม่หรือทำอย่างไร

บัญชีเครือข่าย
สำนักงานบัญชีเครือข่าย นวัตกรรมใหม่ของสำนักงานบัญชี สำหรับผู้ที่ไม่รู้บัญชี หรือจบบัญชีแล้วไม่กล้าเปิดสำนักงานบัญชี อยากทำงานด้านบัญชีมีพี่เลี้ยง คอยให้คำแนะนำ
สำนักงานทนายความ บางแห่งที่ไม่มีความรู้เรื่องบัญชี แต่มีลูกค้าเข้ามาติดต่อให้ทำบัญชีมีความรู้เรื่องประมวลรัษฎากรอย่างดี อยากรับงานบัญชีเองโดยไม่ต้อง เพิ่มพนักงานบัญชี ดูรูป
บริษัทหรือห้างร้านทั่วไปที่ต้องส่งบัญชีให้ กับสำนักงานบัญชีตามปกติที่ผ่านมาได้รับรู้งบกำไรขาดทุน และงบดุล หลังจากปิดงบการเงินเท่านั้นแต่อยากรู้บัญชีทุกวันและ ปรับปรุงเป็นปัจจุบันทุกเดือน ไม่ใช่แค่เห็นตัวเลขในงบการเงินแต่สามารถเห็นข้อมูล ตัวเลขทุกตัวของบริษัทของท่าน ทั้งสิน ทรัพย์ , หนี้สิน , ทุน , รายได้ และค่าใช้จ่าย เสมือนจ้างนักบัญชีผู้เชี่ยวชาญไว้ในบริษัทท่านเอง ดูรูป สำหรับบริษัทต่าง ๆ ที่มีหน่วยงานสาขาต่างจังหวัด ต้องการนำระบบไปใช้ลดการจัดจ้างนักบัญชีระดับเชี่ยวชาญ (ปิดงบการเงิน) ไว้ทุกหน่วย ดูรูป
สำหรับบุคคลทั่วไปจะมีอาชีพที่แน่นอน มีรายได้รายเดือนจากบริษัท หรือห้างหุ้น ได้ทำงานอยู่กับบ้านหรือจังหวัดของตัวเองค่าใช้จ่ายน้อยเนื่องจาก ใกล้ชิดกับลูกค้าในจังหวัดบ้านเกิดหรือภูมิลำเนา ใช้เครื่องมือในการทำงานไม่มากลงทุนน้อยเป็นคอมพิวเตอร์ 1 เครื่อง เครื่องปริ๊นซ์หัวเข็ม และเครื่องปริ๊นซ์อิงค์เจ็ท หรือเครื่องปริ๊นซ์เลเซอร์เจ็ท โทรศัพท์ 1 เบอร์พื้นฐานเพื่อใช้ต่ออินเตอร์เน็ต เข้ารับการอบรมหรือศึกษาจากคู่มือ ก็เริ่มงานได้บริษัทจะแนะนำ เครื่องมือเครื่องใช้ที่เพียงพอสำหรับการทำงานราคาไม่สูง มีซอร์ฟแวร์โปรแกรมบัญชีสำเร็จรูปที่รองรับระบบงานของบริษัท
สนง.บัญชีเครือข่ายทำงานอย่างไร
ถ้าหากผู้ที่ต้องการร่วมงานกับสำนักงานบัญชี บริษัท เอ็นเอส เบสท์ จำกัด เพื่อเปิดสำนักงานบัญชีหรือเข้าร่วมระบบเครือข่าย เริ่มต้นจากชำระค่าแรกเข้าระบบที่ได้จดอนุสิทธิบัตร กรมทรัพย์สินทางบัญญา กับ บริษัทระยะเวลา 2 ปี รวมทั้งโปรแกรม บัญชีสำเร็จรูปที่รองรับระบบงานบัญชีเครือข่ายของบริษัท นอกจากนั้นบริษัทจะจัดการอบรมขั้นตอน วิธีการทำงานร่วมกับบริษัทหลังจากหมดสัญญาจะมีการต่อสัญญา ปีต่อปี
วิธีทำงาน
หลังจากผู้สนใจเข้าร่วมกับบริษัท ทางบริษัทจะมอบพื้นที่อีเมล์ของบริษัทให้ ผ่านเว๊บไซค์ของบริษัท หรือมีอีเมล์ส่วนตัวก็ใช้ได้ และจะได้รับการ อบรมเรื่องบัญชีพื้นฐาน (ไม่ยากเพียงใช้คอมพิวเตอร์เป็นและพิมพ์งานได้ก็ทำงานได้) มีคู่มือการทำงานไว้ทบทวนการทำงานร่วมกัน เช่น การบันทึกในรายงานภาษีซื้อ รายงานภาษีขาย การกรอกภพ.30 การคิดค่าปรับ และเบี้ยปรับ เงินเพิ่ม ของกรมสรรพากร ถ้าหากยังจำไม่หมดสามารถโทรสอบถาม ได้หรืออ่านจากคู่มือ
วิธีการกรอกแบบนำส่งภาษีซึ่งเป็นเอกสารหลัก ๆ ของธุรกิจ การกรอกแบบฟอร์มประกัน สังคม การจัดยื่นแบบประกันสังคมการหักเงินประกันสังคมสำหรับลูกจ้าง การหักเงินสมทบสำหรับนายจ้าง ในแบบฟอร์มของประกันสังคม

รายงานให้ลูกค้าทุกเดือน
การทำงานระหว่างสำนักงานบัญชีเครือข่าย จะต้องให้ความสำคัญผลกระทบทางบัญชี และภาษีต่อลูกค้าหลังจากบริษัทได้รับเอกสารจากสำนักงานบัญชีสาขาก็จะทำการ บันทึกในสมุดบัญชีรายวันผ่านคอมพิวเตอร์ โดยใช้โปรแกรมบัญชีที่สนับสนุนการทำงานระบบสำนักงานบัญชี และจัดส่งอีเมล์งานบัญชีที่ได้บันทึกในสมุดรายวันเรียบร้อยแล้วกลับไปยัง สำนักงานบัญชีสาขา ซึ่งโปรแกรมที่นำมาใช้กับระบบนี้จะเป็นโปรแกรมเล็ก แต่ครอบคลุมการทำงาน และสะดวกในการอีเมล์ โดยสำนักงานบัญชีสาขา หลังจากรับอีเมล์แล้วสามารถ นำไปเปิดในโปรแกรมบัญชีสำเร็จรูป สามารถพิมพ์รายงานบัญชีรายวัน บัญชีแยกประเภท กระดาษทำการ งบทดลองได้ทันที อย่างมืออาชีพหรือดูผ่านจอคอมพิวเตอร์(ดูได้ทุกวันที่อยากดูและสามารถ ปรับปรุงเพิ่มเติมได้ ถ้าหากมีความรู้หลักการบัญชีพอ )
ทางบริษัทจะปรับปรุงบัญชีให้เป็นที่เรียบร้อยสามารถนำเสนอลูกค้าเป็นเอกสาร รับรู้ได้ทุกเดือนว่าขณะนี้จนถึงเดือนปัจจุบันบริษัทลูกค้า มีผลประกอบการกำไรหรือขาดทุน อยู่เท่าไรไม่รวมรายได้ และค่าใช้จ่ายที่ไม่มีใบเสร็จหรือมีใบเสร็จที่ยังไม่ได้บันทึกบัญชี เนื่องจากอาจจะผิดหลักการจับคู่ รายได้ค่าใช้จ่ายประจำงวด หรือใบเสร็จรับเงินรับที่ออกให้ผู้อื่นไม่สมบูรณ์ จนไม่สามารถบันทึกบัญชีได้อย่างไร ก็ตามสามารถเห็นความสมบูรณ์เกี่ยวกับ งบการเงิน ในกระดาษทำการไม่น้อยกว่า 95 เปอร์เซ็นต์ หรือถ้าหากมีความรู้เรื่องหลักการบัญชี (เดบิต-เครดิต) สามารถบันทึกบัญชีเพื่อรับรู้งบการเงินภายในของบริษัท โดยการปรับปรุงเพิ่มเติมจากบัญชีที่ได้ลงโดยสำนักงานบัญชี
ทำงานอย่างไร
คุณสมบัติข้อแรกสำหรับผู้จะมาเข้าร่วมสำนักงานบัญชีเครือข่าย ต้องพิมพ์ดีดเป็นใช้คอมพิวเตอร์เป็นรู้วิธีการทำงานด้วยอีเมล์ ท่องเว็บไชต์เป็น โดยจะแบ่งเป็น 2 ส่วนหลัก หลังจากได้รับเอกสารทางบัญชีจากลูกค้ารายเดือนทำการจัดพิมพ์รายงานภาษีซื้อ ภาษีขาย มีตัวอย่าง ส่ง อีเมล์มาที่บริษัท เอ็นเอส เบสท์ โดย สำนักงานบัญชีสาขาแต่ละรายจะได้รับตั้งชื่อที่อยู่อีเมล์จากบริษัท เพื่อไม่ให้งานไปปะปนกันกับสำนักงานบัญชีสาขารายอื่นด้วยความเข้าใจผิด
หลังจากบริษัทได้รับอีเมล์ก็จะจัดลงบัญชีในโปรแกรมบัญชีสำเร็จรูป โดยเจ้าหน้าบัญชีที่รู้หลักการบัญชีเป็นอย่างดี อาทิ ในรายงานภาษีซื้อจะทราบว่า กิจการลูกค้าซื้ออะไรควรบันทึกอยู่ในบัญชีหมวดไหน รวมทั้งในรายงานภาษีขายจะรู้ว่าเป็นการขายอะไรมีผลกระทบทางบัญชีหมวดอะไร เมื่อบันทึกบัญชีเรียบร้อยจะอีเมล์กลับไปยังสำนักงานบัญชีสาขาโดยไม่ชักช้า สำหรับเอกสารที่สำนักงานบัญชีสาขาได้จากลูกค้าบัญชี อาทิ ใบเสร็จซื้อ ใบเสร็จขาย สเตรทเม้นท์ สัญญาเงินกู้ สัญญาเช่าซื้อ ใบขนสินค้าจากกรมศุลกากรรายการ สินค้าคงเหลือ สัญญาเช่า แบบพิมพ์ของทางราชการ เช่น แบบ ภงด. 1 , 3 , 53 , 1 ก. / ภพ. 30 / ภธ.40 ฯลฯ พร้อมใบเสร็จ แบบนำส่งประกันสังคมพร้อมใบเสร็จ โดยจัดส่งทางไปรษณีย์ หรือ รถยนต์ (ถ้าหากมีจำนวนมาก) เข้ามาที่บริษัท เอ็นเอส เบสท์ เพื่อทำการตรวจสอบและจัดเก็บจนกระทั่งได้มีการจัดทำงบการเงิน ผู้ตรวจสอบบัญชีได้ตรวจบัญชี และเซ็นรับรองงบการเงินเป็นที่เรียบร้อยบริษัทจะเตรียมงบการเงิน และภงด.50 ครบตาม จำนวนที่ต้องยื่นกรมพัฒนาธุรกิจการค้า และกรมสรรพากร จัดส่งทางไปรษณีย์กลับไปยังสำนักงานบัญชีสาขา เพื่อทำการจัดยื่นให้เป็นที่เรียบร้อยตามกำหนดเวลา และจะส่งเอกสารทางบัญชีคืนสำนักงานบัญชีสาขา ทางไปรษณีย์หรือทางรถยนต์เพื่อนำส่งคืนให้กับลูกค้าเป็นอันเสร็จสิ้น 1 รอบบัญชี

บัญชีเดลิเวอรี่

บริการรับทำบัญชีถึงบ้าน ออฟฟิศ สถานประกอบการ

          เป็นทรัพย์สินทางปัญญาของสำนักงานเอ็นพี เอการบัญชีแต่เพียงผู้เดียว ห้ามทำซ้ำ คัดลอก หรือดัดแปลงส่วนหนึ่งส่วนใดหรือทั้งหมด ผู้ละเมิดจะถูกดำเนินคดีทางกฎหมายให้ถึงที่สุด

          วัตถุประสงค์  เป็นการให้บริการทำบัญชีถึงบ้าน ออฟฟิศ หรือสถานประกอบการ ของลูกค้าที่ต้องการความเป็นพิเศษส่วนตัว

          ได้มาตรฐาน ถูกต้อง รวดเร็ว ราคากันเอง เป็น สโลแกนของสำนักงานเอ็นพีเอการบัญชี สำนักงานบัญชีเปิดดำเนินการในเดือน มีนาคม 2527 ในรูปแบบของคณะบุคคล ต่อมาเมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2545 จึงได้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์  เปิด ให้บริการบัญชีแฟรนไชส์วันที่ 1 มกราคม 2549  และเปิดให้บริการบัญชีเดลิเวอรี่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2556

          ประโยชน์ที่ได้รับ
     1. ลูกค้าได้รับความสะดวกสบาย (ไม่ต้องเดินทาง ไม่ต้องจัดส่งเอกสาร)
     2. ลูกค้าสามารถรับทราบข้อมูลทางบัญชีได้ตลอดเวลา้เช่น รายงานภาษีซื้อ-ภาษีขาย สมุดรายวัน แยกประเภท งบดุล งบกำไรขาดทุน งบต้นทุน ทรัพย์สิน เป็นต้น
     3. ลูกค้าสามารถวางแผนภาษีได้เอง
     4. ลูกค้าได้รับสิทธิเป็นผู้เก็บรักษาเอกสารการลงบัญชีไว้เอง 
     5. ลูกค้าได้รับสิทธิโปรแกรมบัญชีสำหรับดูข้อมูลพร้อมติดตั้งฟรี 1 ครั้ง

          ค่าทำบัญชีเดือนละ 2,000 บาท

บัญชีแฟรนไชส์

คุ้มค่ามากกว่าคุ้มทุน – รายแรกของประเทศไทย
ไม่จบบัญชีก็ทำได้

 

    คำเตือน บัญชีแฟรนไชส์เป็นทรัพย์สินทางปัญญาของสำนักงานเอ็นพีเอการบัญชีแต่เพียงผู้ เดียว ห้ามทำซ้ำ คัดลอก หรือดัดแปลงส่วนหนึ่งส่วนใดหรือทั้งหมด ผู้ละเมิดจะถูกดำเนินคดีทางกฎหมายให้ถึงที่สุด

 

รายละเอียดการสมัครเป็นสมาชิกบัญชีแฟรนไชส์

       วัตถุประสงค์บัญชีแฟรนไชส์ มาจากลูกค้าที่ติดต่อเข้ามามากมาย ซึ่งบางรายอยู่ใกล้พื้นที่ของสำนักงานใหญ่ ทางสำนักงานใหญ่จะรับทำบัญชีให้
แต่บางรายที่อยู่ไกลออกไป ทางสำนักงานใหญ่จะปฏิเสธการรับงาน เพราะไม่คุ้มกับการเดินทางและค่าน้ำมันรถ ซึ่งสาเหตุนี้เองทางสำนักงานใหญ่
จึงเกิดแนวความคิดที่จะเปิดสาขาขึ้นมา เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าได้อย่างทั่วถึง      ได้มาตรฐาน ถูกต้อง รวดเร็ว ราคากันเอง เป็น สโลแกนของสำนักงานเอ็นพีเอการบัญชี สำนักงานบัญชีเปิดดำเนินการในเดือน มีนาคม 2527 ในรูปแบบของคณะบุคคล ต่อมาเมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2545 จึงได้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์  และเปิด ให้บริการบัญชีแฟรนไชส์วันที่ 1 มกราคม 2549

     ด้านการประชาสัมพันธ์ ทางสำนัก งานบัญชีใช้สื่อต่างๆ ที่ช่วยทำให้ลูกค้าติดต่อเข้ามามากมายเช่น โบชัวร์ที่ส่งถึงลูกค้าโดย ตรง การทำโฆษณา Google Adwords และเว็บไซต์ของสำนักงานบัญชี เป็นต้น

     ด้านส่งเสริมการให้บริการ ทางสำนักงานบัญชีใช้กลยุทธต่างๆที่ช่วยสนับสนุนให้ลูกค้าตัดสินใจเลือกใช้บริการเร็วขึ้นเช่น บริการปิดงบรายเดือน
(งบดุล งบกำไรขาดทุน งบต้นทุน )  ค่าทำบัญชีและค่าสอบบัญชีในราคาที่เหมาะสมและยุติธรรม

     คุณสมบัติโดยทั่วไปของสมาชิกบัญชีแฟรนไชส์ ชาย หญิงวุฒิการศึกษาปวช. – ปริญญาสาขาบัญชี หลักฐานที่ใช้ในการสมัคร สำเนาบัตรประชาชน สำเนาวุฒิการศึกษา  รูปถ่าย 2 รูป  กรณีบุคคลทั่วไปที่ไม่ได้จบบัญชีและมีความสนใจอยากประกอบวิชาชีพบัญชี ต้องเข้ารับการฝึกอบรมกับทางสำนักงานบัญชี อ่านรายละเอียด

     ค่าสมัครสมาชิกบัญชีแฟรนไชส์ 30,000 บาทตลอดชีพ

     คุณได้อะไรจากการเป็นสมาชิกบัญชีแฟรนไชส์

  1. สมาชิก รู้จักวิธีค้นหารายชื่อลูกค้า ที่ Update วัน/วัน 
  2. สมาชิก ได้โปรแกรมทำบัญชี, โปรแกรมแปลงไฟล์บัญชีเป็น PDF, คู่มือการใช้งาน
  3. สมาชิก ได้รับการอบรม การใช้โปรแกรมบัญชี การปิดงบ การวิเคราะห์งบ (% / Sale)
  4. กรุณาอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม รายละเอียดทั่วไปที่ควรทราบ

     การสมัครสมาชิกบัญชีแฟรนไชส์   ผู้สมัครสมาชิกต้องวางเงินมัดจำ 2,000 บาท โดยโอนเข้าบัญชีนายนพดล ปฏิมาประกรณ์ ธ.กรุงเทพ
สาขาบิ๊กซีเพชรเกษม2 เลขที่บัญชี 0780190500 ส่วนที่เหลือชำระเป็น “เงินสด” ในวันทำสัญญา  (เงินมัดจำดังกล่าวจะไม่คืนให้หากผู้สมัครไม่มาทำ
สัญญาในวันที่นัดหมายไว้)   กรณีต้องการพูดคุยในรายละเอียดให้ติดต่อได้ทุกวันจันทร์ – วันศุกร์  9.00 – 15.00 น.   ส่วนการทำสัญญาได้ทุกวันจันทร์ – วันเสาร์  8.30 – 12.00 น.  ผู้สมัครเป็นสมาชิกควรนำคอมพิวเตอร์มาลงโปรแกรมด้วย  (ระบบปฏิบัติการบน Windows XP  การ์ดจอ Onboard  / Gefore)  กรณี ลงโปรแกรมไม่ได้และมีความจำเป็นต้องล้างเครื่องจะเสียค่าบริการในส่วนนี้ 300 บาท  Notebook 500 บาท  (ควรทิ้งเครื่องไว้เนื่องจากใช้เวลานาน 2 ช.ม.)

     ตัวอย่างหนังสือสัญญา  คำถามที่ถามบ่อย

12/2 หมู่บ้านพฤกษาทาวน์ ซ.1 ถ.มาเจริญ แขวงหนองแขม เขตหนองแขม กรุงเทพฯ 10160
โทร 02-4295458 แฟ็กซ์ 02-4295459 อีเมล์ npa-account@hotmail.com

มาเตรียมตัวเป็นผู้สอบบัญชีกันเถอะ

มาเตรียมตัวเป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาตกันเถอะ

ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต(Certified Public AccountantCPA) เป็นอีกอาชีพหนึ่งในวิชาชีพบัญชี ซึ่งมีคณะกรรมการควบคุมการประกอบวิชาชีพสอบบัญชี (ก.บช.) เป็นผู้กำกับดูแล ออกข้อบังคับ วางหลักเกณฑ์ต่างๆเพื่อควบคุมผู้สอบบัญชีรับอนุญาต

การเตรียมตัวเป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาตควรต้องรู้ข้อบังคับของก.บช.ที่กำหนดไว้ว่าผู้ที่จะเป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาตได้ต้องมีคุณสมบัติอย่างไรบ้าง ซึ่งข้อบังคับของ ก.บช. กำหนดไว้ว่า

ผู้ที่จะเป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาตได้นั้น ต้องมีคุณสมบัติดังนี้
1.เป็นผู้รับปริญญาทางการบัญชี หรือประกาศนียบัตรทางการบัญชี ซึ่งก.บช. เทียบว่าไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีทางการบัญชี
หรือเป็นผู้ได้รับปริญญา หรือประกาศนียบัตรไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีที่มีการศึกษาวิชาการบัญชีซึ่งทาง ก.บช.
เห็นสมควรให้เป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาตได้
2.เคยปฎิบัติงานเกี่ยวกับการสอบบัญชีมาแล้ว โดยก.บช. เห็นว่าทำหน้าที่เป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาตได้
3.มีอายุยี่สิบปีบริบูรณ์แล้ว
4.มีสัญชาติไทยหรือสัญชาติของต่างประเทศที่ยินยอมให้บุคคลสัญชาติไทยเป็นผู้สอบบัญชีในประเทศนั้นได้
5.ไม่เป็นผู้มีความประพฤติเสื่อมเสีย หรือบกพร่องในศีลธรรมอันดี
6.ไม่เคยต้องโทษจำคุกในคดีที่ ก.บช. เห็นว่าอาจนำมาซึ่งความเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์แห่งวิชาชีพ
7.ไม่เป็นบุคคลวิกลจริต หรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ และ
8.ไม่ประกอบอาชีพอย่างอื่นที่ไม่เหมาะสม หรือทำให้ขาดความเป็นอิสระในหน้าที่ผู้สอบบัญชี

* ในคุณสมบัติข้อ 2 เคยปฏิบัติงานเกี่ยวกับการสอบบัญชีมาแล้วโดย ก.บช.เห็นว่าทำหน้าที่เป็นผู้สอบบัญชี รับอนุญาตได้นั้นคือจะต้อง

1) ฝึกหัดงานสอบบัญชีเป็นเวลาต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 3 ปีบริบูรณ์ และมีเวลาฝึกหัดงานไม่น้อยกว่า 3,000 ชั่วโมง
ซึ่งการฝึกงานจะกระทำในระหว่างการศึกษาเพื่อรับปริญญาหรือหลังจากได้รับปริญญาแล้วก็ได้ แต่ถ้าฝึกหัดงานในระหว่าง การศึกษาจะเริ่มฝึกหัดงานหลังจากได้สอบผ่านวิชาการบัญชีตามที่ ก.บช. กำหนดไม่น้อยกว่า 4 รายวิชา และวิชาสอบบัญชี
ไม่น้อยกว่า 1 รายวิชา ซึ่งรวมทุกวิชาแล้ว ไม่น้อยกว่า 15 หน่วยกิต

วิชาการบัญชีที่ก.บช. กำหนดต้องศึกษาในหลักสูตรปริญญาตรีเพื่อเป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาตมีดังนี้
1. การบัญชีขั้นต้น/ชั้นต้นและการบัญชีขั้นกลาง/ชั้นกลาง 3 รายวิชา
2. การบัญชีขั้นสูง/ชั้นสูง 1 รายวิชา
3. การสอบบัญชี 1 รายวิชา
4. การบัญชีต้นทุน 1 รายวิชา
5. การภาษีอากร 1 รายวิชา
รวม 7 รายวิชา

ผู้ที่จะฝึกหัดงานสอบบัญชีจะต้องปฏิบัติดังนี้

หาสำนักงานสอบบัญชีที่จะเข้าไปฝึกหัดงาน และควรตรวจสอบกับสำนักงาน ก.บช. ด้วยว่าผู้สอบบัญชีรับอนุญาตที่ท่านเข้าฝึกหัดงานด้วยนั้นยังเป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาต

ให้ยื่นคำข้อแจ้งการฝึกหัดงานต่อสำนักงาน ก.บช. ตามแบบ ก.บช. 2 ในทันทีที่เริ่มฝึกหัดงาน เพราะจะเริ่มนับระยะเวลา และจำนวนชั่วโมงฝึกหัดงานในวันที่ยื่นแบบ ก.บช. 2

ทุกรอบ 12 เดือนที่ฝึกหัดงานจะต้องรายงานผลการฝึกหัดงานต่อสำนักงาน ก.บช. ตามแบบ ก.บช. 3 เช่น ฝึกหัดงานวันที่ 15 ก.ย.43 เมื่อถึงวันที่ 14 ก.ย.44 จะต้องรายงานผลการฝึกงาน ตามแบบ ก.บช.3

ในระหว่างฝึกหัดงาน ถ้ามีเหตุใดๆ ก็ตามที่ทำให้ท่านต้องเปลี่ยนผู้สอบบัญชีรับอนุญาตที่รับรองการฝึกหัดงานของท่าน จะต้องแจ้งต่อสำนักงาน ก.บช. ตามแบบ ก.บช. 6 ภายใน 1 เดือน ถ้าแจ้งเลยกว่า 1 เดือน จะต้องเริ่มนับระยะเวลาและจำนวนชั่วโมงฝึกหัดงานใหม่

เมื่อฝึกหัดงานครบ 3 ปี และได้จำนวนชั่วโมงฝึกหัดงานไม่น้อยกว่า 3,000 ชั่วโมง ให้แจ้งต่อสำนักงาน ก.บช. เพื่อปิดการฝึกหัดงานตามแบบ ก.บช. 7

(2) ผ่านการทดสอบของคณะกรรมการทดสอบการปฏิบัติงานเกี่ยวกับการสอบบัญชี วิชาที่ทดสอบมี 5 วิชาคือ

1.การบัญชี

2.การสอบบัญชี 1
3.การสอบบัญชี 2
4.กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการประกอบวิชาชีพสอบบัญชี
5.การใช้คอมพิวเตอร์ในการจัดทำและตรวจสอบบัญชี

จะต้องสอบผ่านให้ได้ทั้ง 5 วิชา โดยมีคะแนนในแต่ละวิชาไม่น้อยกว่า 60 คะแนน ข้อสอบจะเป็นปรนัย 40 ข้อ (40 คะแนน) อัตนัย 3 ข้อ (60 คะแนน) เวลาสอบ 3 ชั่วโมงต่อ 1 วิชา วิชาที่สอบผ่านแล้ว สามารถเก็บผลคะแนนไว้ได้ไม่เกิน3 ปี นับแต่วันที่ผ่านการทดสอบ

ก.บช. จะจัดสอบปีละ 3 ครั้ง คือ เดือนมิถุนายน กันยายน และธันวาคม ซึ่งจะสอบวันอาทิตย์ จะเปิดรับสมัครสอบก่อนถึงวันสอบ 2 เดือน โดยเดือนแรกจะเปิดรับสมัคร ส่วนเดือนที่สอง ก.บช. จะใช้พิจารณา คัดเลือกผู้สมัครที่จะมีสิทธิเข้าสอบ

ผู้ที่ผ่านการฝึกหัดงานครบถ้วนตามเงื่อนไข และผ่านการทดสอบครบทั้ง 5 วิชา ให้ยื่นคำขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาตต่อสำนักงาน ก.บช. เมื่อ ก.บช. ออกใบอนุญาตท่านก็จะเป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาตได้อย่างสมศักดิ์ศรีด้วยความภาคภูมิ

เพิ่มเติม : ปัจจุบันสภาวิชาชีพบัญชีได้ออกข้อกำหนดทดสอบเพิ่มเติม คลิกที่นี่ (pdf)

ที่มา : http://account.bu.ac.th

เส้นทางอาชีพ นักบัญชี

“นักบัญชี” ถือเป็นอาชีพหนึ่ง ที่ต้องอาศัยความรู้ความสามารถเฉพาะทาง และร่ำเรียนมาโดยตรง ทำงานในสายงานบัญชี จนมีประสบการณ์มากพอสมควร ผ่านความรับผิดชอบเป็นสมุห์บัญชี หรือผู้จัดการฝ่ายบัญชีมาก่อน จึงจะได้รับการยอมรับให้เป็น “นักบัญชี”

“ผู้ทำบัญชี” เป็นวิชาชีพ ที่ปัจจุบันมีการตรากฎหมายออกมาเพื่อคุ้มครองอาชีพนี้โดยเฉพาะ คือ พระราชบัญญัติ การบัญชี พ.ศ.๒๕๔๓ “ผู้ทำบัญชี” ที่มีคุณสมบัติตามกฎหมาย แต่อาจไม่ใช่ “นักบัญชี” หากว่าผู้นั้นยังขาดประสบการณ์ในหน้าที่งานบัญชี และเช่นกัน “นักบัญชี” ผู้มีความสามารถและประสบการณ์ ไม่อาจจะเป็น “ผู้ทำบัญชี” ได้หากว่าขาดคุณสมบัติวุฒิการศึกษาตามที่กฎหมายกำหนด

เมื่อกล่าวถึง “ผู้ทำบัญชี” ก็ต้องกล่าวถึง “ผู้สอบบัญชี” ซึ่งเป็นวิชาชีพอิสระอีกอาชีพหนึ่ง ที่ต้องอาศัยซึ่งกันและกัน ดังกฏที่ว่า งบการเงินของกิจการหนึ่ง ๆ ผู้ทำบัญชี และผู้ตรวจสอบบัญชีต้องมิใช่คนเดียวกัน หรือเรียกว่า คนทำไม่ตรวจ คนตรวจก็ไม่ทำบัญชี คล้ายกับอาชีพหมอ ที่ว่า แพทย์เป็นผู้ตรวจแล้วสั่งยา แต่ไม่หยิบยาเอง ส่วนเภสัชกรมีหน้าที่หยิบยา แต่ไม่มีหน้าที่สั่งยาให้คนไข้ หรือยกอีกตัวอย่างหนึ่ง คืออาชีพวิศวกร กับสถาปัตยกรรม ทั้งสองอาชีพทำหน้าที่คู่ขนานกัน

            

สำหรับนักบัญชี อย่างน้อย ๆ จะต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ 1 ใบ เพื่อขึ้นทะเบียนเป็น :

ผู้ทำบัญชี
ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA)
ผู้สอบภาษีอากร (Tax Auditor)

อาชีพและธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับนักบัญชี

1.รับทำบัญชี
2.รับตรวจสอบบัญชี
3.รับวางระบบบัญชี
4.รับเขียนโปรแกรมบัญชี
5.ที่ปรึกษาภาษีอากร
6.เป็นวิทยากร / ผู้สอน วิชาบัญชี – ภาษีอากร
7.สถาบันอบรมบัญชี-ภาษีอากร
8.ผลิต/จำหน่ายโปรแกรมบัญชีสำเร็จรูป

ลำดับที่ 1 – 6 จะทำเป็นอาชีพอิสระด้วยตัวเองคนเดียวก็ได้

ณ ที่นี้จะขอกล่าวถึงอาชีพการรับทำบัญชี เพราะเป็นงานอิสระที่นักบัญชีส่วนใหญ่เริ่มต้นด้วยการรับทำบัญชี

รูปแบบของธุรกิจรับทำบัญชีนี้ เป็นอย่างไร ?

ท่านสามารถเลือกแบบธุรกิจ ซึ่งแบ่งตามขนาดที่ท่านต้องการ

1.One Man Show

นักบัญชีกลุ่มนี้มีจำนวนมาก บางรายรับทำบัญชี บางรายสอนงาน วางระบบ ที่ปรึกษา ตอนเริ่มต้นอาจทำด้วยตัวคนเดียว แล้วค่อย ๆ หาผู้ช่วยเพิ่มขึ้นตามปริมาณงาน แต่บางรายต้องการอิสระในการทำงาน ไม่ต้องอาศัยผู้ช่วยหรือทีมงาน ข้อดีคือควบคุมคุณภาพได้ที่เราอยากให้เป็น ข้อเสียคือถ้ารับงานมากเกินไปจะทำให้เครียดได้
หากเป็นประเภทรับทำบัญชี ส่วนใหญ่เกิดจากในอดีตระหว่างทำงานประจำ รับจ๊อบทำบัญชีให้กับกิจการอื่นเป็นอาชีพเสริม พอมีมากขึ้น ๆ ก็ลาออกเปลี่ยนเอาจ๊อบบัญชีเป็นอาชีพหลัก ที่พบเห็นอีกกลุ่มที่ไม่น้อยเลยเป็นแม่บ้านมีภาระงานในบ้านพอสมควร ไม่อยากออกไปทำงานนอกบ้านจึงรับงานบัญชีมาทำที่บ้าน

2.Teamwork

อาจเริ่มต้นจากตัวคนเดียว แล้วหาผู้ช่วย(พนักงานบัญชี) เพิ่ม รวม ๆ ไม่เกิน 10 คน หรือเริ่มต้นจากการชวนเพื่อน 1-2 คน มาทำร่วมเป็นหุ้นส่วนกัน
บางทีได้งานรับวางระบบบัญชี ก็ต้องมีทีมงานที่สามารถเรียกมาช่วยกันได้โดยทันที

3.Firm

เมื่อกิจการมีทีมงานมากกว่า 5 คน เจ้าของกิจการจะขยายให้โตขึ้น มีพนักงาน 10 หรือ 20 คน แล้วแต่โอกาสและความต้องการ กิจการขนาดนี้ มี 3 แบบ คือ สำนักงานรับทำบัญชีอย่างเดียว สำนักงานรับตรวจสอบบัญชีอย่างเดียว และสำนักงานที่มีทั้งแผนกทำบัญชีและแผนกตรวจสอบบัญชีอยู่ในองค์กรเดียวกัน และอาจจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล บริษัทจำกัด

ด้านรายได้

ขึ้นอยุ่กับความสามารถในการหางาน และทำงาน ปัจจุบันองค์กรธุรกิจที่เป็นนิติบุคคล ได้แก่ ห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทจำกัด ประมาณ 475,000 ราย หากเราจะขอแบ่งมาทำสัก 10-20 ราย ไม่น่าจะยากเกินกำลัง โดยเฉพาะผู้ที่มีวงเพื่อนฝูงและญาติกว้างขวาง

รายได้มากน้อย จะขึ้นอยู่กับขนาดของกิจการที่เราดูแล หากเป็นรายใหญ่จะมีค่าบริการค่อนข้างสูง ดังนั้นจึงควรมีลูกค้าขนาดใหญ่ไว้บ้าง

อาชีพนี้จะมีรายได้สม่ำเสมอ หากรู้จักเก็บจะเป็นอาชีพที่มั่นคง แต่ถ้าอยากจะรวยกับอาชีพนี้ ไม่ทราบจะบอกอย่างไรเพราะคำว่า “รวย” ของแต่ละคนพอใจจะรวยไม่เท่ากัน

ต้องเตรียมตัวอย่างไร ?

มีข้อควรคิดถึงคุณสมบัติส่วนตัว และการเตรียมความพร้อม ดังนี้

ความรู้ความสามารถ ประสบการณ์ที่ผ่านมาคิดว่ามั่นใจเต็มที่แล้วหรือยัง เชื่อมั่นในตัวเองมากแค่ไหน โดยปรึกษาขอความเห็นจากเพื่อนนักบัญชีด้วยกัน หรืออดีตหัวหน้าฝ่ายบัญชีที่เราเคารพศรัทธา

เตรียมเผชิญกับสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยน แปลง จากเดิมที่เคยออกจากบ้านไปที่ทำงานทุกวัน แต่กลับต้องอยู่กับบ้าน เคยมีผู้ร่วมงานคอยเป็นเพื่อนคุย ต่อไปนี้เราจะค่อนข้างเหงา ต้องใช้เวลาในการปรับสภาพความเป็นอยู่ระยะหนึ่ง
ไม่หยุดการเรียนรู้ ต้องศึกษาหาความรู้เพิ่มเคิมตลอดเวลา และไม่ลืมที่จะต้องเข้าอบรมวิชาบัญชี-ภาษี ให้ครบ 27 ชั่วโมงทุก ๆ 3 ปี ตามที่สภาวิชาชีพการบัญชีกำหนด
มีที่ปรึกษาส่วนตัว หรือแหล่งที่จะขอคำปรึกษาได้ เพราะไม่มีใครที่พร้อม 100% วิชาการค้นหาได้จากหนังสือ แต่ภาคปฎิบัติต้องอาศัยปรึกษาจากผู้ที่มีประสบการณ์
เวลางาน กับเวลาส่วนตัว ต้องจัดแบ่งให้ลงตัวอย่างเหมาะสม หากแบ่งเวลาให้กับงานน้อยไป หรือผลัดวันประกันพรุ่งจะทำให้งานค้างจำนวนมาก เป็นผลเสียในด้านการให้บริการ
จัดหาอุปกรณ์เครื่องใช้ให้พอเพียง อย่างน้อยต้องมีอุปกรณ์สำนักงานครบ และที่ขาดไม่ได้คือ โปรแกรมบัญชีสำเร็จรูป ที่มีประสิทธิภาพ

ปัจจัยที่จะทำให้เกิดความล้มเหลวในอาชีพนี้

1.รับงานที่มีความเสี่ยงสูง
บาง คนรับงานทำบัญชีทุกราย โดยไม่เลือกว่ากิจการใดประกอบธุรกิจอย่างซื่อสัตย์หรือไม่ ช่วยเหลือลูกค้าเลี่ยงภาษีอากร บันทึกตัวเลขบัญชีโดยไม่มีเอกสารหลักฐานที่ถูกต้อง ให้การช่วยเหลือลูกค้าจนเกินเหตุ ขาดจรรยาบรรณ ท่านอาจเป็นคนกลุ่มแรกที่จะถูกเพิกถอนใบอนุญาต หรือถูกดำเนินคดีได้

2. ยักยอกเงินภาษี
บาง รายให้บริการยื่นชำระภาษีแทนลูกค้า โดยรับเงินสดจากลูกค้าเพื่อไปยื่นแบบชำระภาษีให้สรรพากร แรก ๆ ก็ทำเป็นปกติ ต่อมาการเงินส่วนตัวมีปัญหา นำเงินภาษีที่รับมาจากลูกค้าไปหมุน แล้วนำส่งภาษีไม่ทันอีก เกิดการค้างมากขึ้น ๆ บางรายทำอย่างนี้กับลูกค้าทุกรายที่มี ได้เงินไปหลายแสน บางรายได้ไปนับล้าน จนต้องหนีหายตัวไป ผลเสียตกกับลูกค้าที่ค้างส่งภาษี ทำให้เสียสถาบันวิชาชีพอย่างร้ายแรง

3.บริการแย่ลง
บาง รายมีลูกค้าติดต่อมาว่าจ้างมากขึ้น ๆ ปริมาณงานที่รับมากเกินกว่าที่จะทำได้ทัน ไม่รีบเร่งแก้ปัญหา รับปากกับลูกค่าว่าจะเสร็จแล้ว ผลัดวันประกันพรุ่ง มีข้อผิดพลาดบ่อย ลืมนัด เลื่อนนัดเป็นประจำ ทำให้ลูกค้าต้องตีจากให้คนอื่นมาทำแทน

4. ขาดการเอาใจใส่
ขาด การดูแลเอาใจใส่ลูกค้า ปีหนึ่งลูกค้าได้เห็นหน้าเพียงครั้งเดียว หรือไม่ได้ไปพบลูกค้าเลยเป็นปี ๆ และบางรายปล่อยให้ลูกจ้างทำงาน โดยไม่ได้ติดตามผลงาน ถ้าลูกจ้างบริการไม่ดีผลเสียจะตกกับเรา บางรายมีลูกจ้างให้บริการดีเราก็ดีด้วย แต่บางทีลูกจ้างที่ดีลาออกไป ไม่ออกเปล่าแถมดึงลูกค้าเราติดไปด้วยอย่างนี้ก็มีเยอะ

5. ขาดการพัฒนาตนเอง
ไม่ มีการติดตามข่าวสารภาษีอากร กฎหมาย กฎกระทรวง ที่ออกมาใหม่ เพื่อนำมาประกอบการใช้งาน จนทำให้การทำงานมีข้อผิดพลาด การศึกษาทางธุรกิจด้านอื่น ๆ ก็ต้องมีความรู้พอเท่าทันลูกค้าบ้างเหมือนกัน

ความภูมิใจในอาชีพนักบัญชี

1.เป็นอาชีพที่มีเกียรติ
ทั้ง นี้ผู้ประกอบวิชาชีพต้องปฎิบัติตน ทำหน้าที่อย่างซื่อสัตย์ มีระเบียบวินัย และธำรงไว้ซึ่งจรรยาบรรณในวิชาชีพ ท่านจะได้รับเกียรติและการยอมรับจากลูกค้าและบุคคลทั่วไป

2. สร้างคุณประโยชน์ให้กับประเทศชาติ
ถือ ว่ามีส่วนร่วมในสังคม เป็นกลไกหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สร้างความยุติธรรม ความโปร่งใส ธรรมาภิบาล อันทำให้สังคมอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติ

3. ความมีเอกภาพ
นัก บัญชีที่ดีต้องมีเอกภาพ มีอิสระที่จะปฎิบัติหน้าที่อย่างถูกต้องตรงไปตรงมา ฝ่ายผู้ประกอบการต้องการเสียภาษีน้อย แต่ฝ่ายเจ้าหน้าที่สรรพากรต้องการเก็บภาษีให้ได้มาก ๆ เรานักบัญชีเป็นผู้อยู่ตรงกลาง ทำอย่างไรจึงจะให้ได้รับความพอใจทั้งสองฝ่าย และอยู่บนเงื่อนไขความถูกต้องด้วย

บทความโดย : ณรงค์วิทย์ แสนทอง  ที่มา : http://www.peoplevalue.co.th

เรียนบัญชีดีอย่างไร

        
สวัสดีค่ะ น้องๆ ชาว Dek-D.com ….. เจอกับ พี่เป้ และคณะในฝันเช่นเคยนะคะ ^^ สำหรับเดือนมิถุนายนนี้ เรายังอยู่กันที่ “สาขาการบัญชี” ที่จะพาน้องๆ ไปเจาะลึกถึงการเรียนการบัญชีโดยตรง และวันนี้ พี่เป้ ก็มาพร้อมกลับรุ่นพี่คนนึง ที่เรียนจบจากด้านการบัญชีโดยตรง และมีประสบการณ์การทำงานในบริษัทตรวจสอบบัญชีใหญ่ระดับประเทศมาแล้ว !! เรื่องราวจะเป็นยังไง งานด้านบัญชีจะยากแค่ไหน ไปอ่านกันได้เลยค่ะ

 

เจาะลึกงาน "นักบัญชี" อาชีพนี้ไม่มีตกงาน !

สวัสดีค่ะ ก่อนอื่นช่วยแนะนำตัวแก่น้องๆ หน่อยค่ะ

ชื่อปัญจพล อาจาริยานนท์ (ปัญ) จบคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี (เอกบัญชี) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ครับ
ย้อนเวลาไป ทำไมถึงสนใจเลือกเรียนเอกการบัญชีโดยตรงเลยล่ะคะ ?

ถ้า จะให้เปรียบเทียบวิชาบัญชี พี่ขอเปรียบเทียบกับการเรียนหมอ หลายคนอาจจะเข้าใจหน้าที่ของหมอ มากกว่าหน้าที่ของวิชาชีพบัญชี หมอมีหน้าที่ตรวจคนไข้ ซึ่งคนไข้นั้นอาจจะเพิ่งเกิดได้ไม่นาน, อยู่ในช่วงอายุที่ต่างกัน, บ้างก็มีสุขภาพที่ดี บ้างก็ยังไม่รู้ตัวว่าป่วย, อยู่ในช่วงกำลังเริ่มไม่สบาย, ป่วยหนัก, จนถึงขั้นเป็นโรคร้ายแรงซึ่งนำไปสู่ความตายในที่สุด ซึ่งหน้าที่ของหมอนั้นก็ต้องสอบถามหาถึงสาเหตุ วินิจฉัยโรค บอกคนไข้ถึงวิธีการป้องกัน รักษา รวมทั้งแนะนำว่าถ้าอยากให้มีชีวิตหรือสุขภาพที่ดีนั้นต้องทำอย่างไรบ้าง

บัญชีก็ เช่นกัน เนื่องจากธุรกิจนั้นไม่มีตัวตน ไม่มีความรู้สึก จึงไม่รู้ว่าตัวเองนั้นตอนนี้มีสุขภาพอย่างไร ซึ่งอาจจะสุขภาพดี หรือป่วยหนักโดยไม่รู้ตัวก็เป็นได้ ธุรกิจนั้นเกี่ยวข้องกับบุคคลวงกว้าง ซึ่งอาจจะประกอบด้วยผู้บริหาร, นักลงทุน, เจ้าหนี้, พนักงาน, รัฐบาล, หรือบุคคลอื่นๆ ที่สนใจในบริษัท บุคคล เหล่าก็อยากรู้ว่าฐานะการเงิน ผลการดำเนินงานของบริษัทนั้นเป็นอย่างไร มีกำไรไหม มีโครงสร้างของบริษัทเป็นอย่างไร มีความเสี่ยงทางด้านใดบ้าง ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ช่วยบุคคลเหล่านั้นในการตัดสินใจว่าควรจะทำ อย่างไรในอนาคตเกี่ยวกับธุรกิจนี้ ซึ่งก็เป็นหน้าที่ของนักบัญชีเป็นผู้ที่รายงานให้บุคคลภายใน และภายนอกได้รู้ถึงสภาพความเป็นไปของบริษัท โดยสะท้อนออกมาในรูปงบการเงิน เพื่อให้บุคคลที่เกี่ยวข้องมีส่วนรู้เห็นในการดำเนินงานของบริษัทในอดีต รวมทั้งให้คำแนะนำกับฝ่ายบริหารว่าธุรกิจเป็นยังไงอยู่ในขณะนี้ แล้วควรทำอย่างไรต่อไป

ถ้าถามว่าทำไมพี่ ถึงเลือกเรียนบัญชี เนื่องจากส่วนตัวชอบทางด้านธุรกิจอยู่แล้ว จึงคิดว่าการรู้บัญชีเป็นการวางฐานให้เข้าใจถึงพื้นฐานทางธุรกิจทั้งหมด เนื่องจากการทำงานบัญชีต้องเข้าใจถึง
process ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจทั้งหมด เพื่อนำไปบันทึกบัญชี โดยส่วนตัวพี่คิดว่าบัญชีนั้นเป็นสิ่งสำคัญถ้าจะโตเป็นผู้บริหาร หรือเจ้าของกิจการในอนาคต และเป็นการยากที่จะศึกษาบัญชีเองและ
เข้าใจ อย่างถ่องแท้ (แต่อันนี้แล้วแต่บุคคลนะ) พี่คิดว่าหากเรียนบัญชีไปแล้วค่อยไปศึกษาทางด้านสายอื่นนั้นน่าจะง่ายกว่า เนื่องจากเราเห็นภาพทั้งหมดของธุรกิจแล้ว อีกทั้งกิจการที่บ้านก็มีส่วนเกี่ยวข้องกับวิชาชีพนี้เลยตัดสินใจเรียนบัญชี

เจาะลึกงาน "นักบัญชี" อาชีพนี้ไม่มีตกงาน !

แล้วตั้งแต่เรียนจบมาจนถึงตอนนี้ ผ่านงานอะไรที่ไหนมาแล้วบ้างคะ ?

ตั้งแต่ที่พี่จบจากบัญชี ธรรมศาสตร์มา พี่ก็เริ่มทำงานอยู่สำนักงานตรวจสอบบัญชี
PriceWaterhouseCoopers ในฐานะ Audit assistant หรือผู้ช่วยตรวจสอบบัญชี
ทำมาเป็นระยะเวลาเกือบสองปี หลังจากนั้นก็ได้ออกมาช่วยกิจการที่บ้าน เป็นกิจการทำบัญชี ตรวจสอบบัญชี วางระบบบัญชี และวางแผนภาษี
น้องๆ หลายคนอาจไม่เห็นภาพของงานตรวจสอบบัญชี อยากให้เล่าให้ฟังหน่อยค่ะว่าวันๆ ต้องทำอะไรบ้าง ?

ต้อง ไปตรวจสอบในธุรกิจนั้นว่า ที่นักบัญชีของบริษัทที่ลงบัญชีไปนั้นมีความถูกต้องมากน้อยแค่ไหน ซึ่งอาจรวมถึงการเข้าไปตรวจดูว่า process ของธุรกิจนั้นเป็นอย่างไร เนื่องจากงบการเงินนั้นมีผลกระทบต่อบุคคลวงกว้าง ดังนั้นความถูกต้องจึงมีความสำคัญเป็นอย่างมาก

การทำงานเป็นผู้ตรวจ สอบบัญชี(Auditor) โดยปกติแล้ว จะได้ไปทำงานที่ตามบริษัทลูกค้า ซึ่งอาจจะเป็นในกรุงเทพหรือต่างจังหวัด ทำให้มีโอกาสเดินทางบ่อย ได้ไปตรวจในหลากหลายธุรกิจ
รวมทั้งมีโอกาสได้พูดคุยกับคนในระดับต่างๆ ในหลากหลายธุรกิจ ทั้งพนักงานบัญชี ผู้จัดการฝ่ายบัญชี ทำให้เรามีโอกาสเห็นในรายละเอียดของแต่ละบริษัทแต่ละบริษัทที่เราตรวจนั้น มากกว่าที่บุคคลทั่วไปจะสามารถเห็น ซึ่งพี่มองว่าเป็นข้อดีในการเข้าไปเรียนรู้

แต่ในการ เข้ามาทำงานในบริษัทตรวจสอบบัญชีข้ามชาติ (Big4) อย่าง PriceWaterhouseCoopers นั้น ทำให้มีโอกาสได้ตรวจในธุรกิจที่ใหญ่ในระดับประเทศ แต่ต้องแลกมาด้วยการทำงานที่หนัก ต้องทำงานแข่งกับเวลากดดันจากหลายๆ ฝ่าย ทั้งหัวหน้า เพื่อนร่วมงาน กดดันจากอารมณ์ของลูกค้าที่หลากหลาย ซึ่งในช่วงที่ปิดงบนั้นจะงานหนัก จนทำให้บางคนทนไม่ไหวถึงขั้นออกไปจากวิชาชีพไปเลยก็มีแต่งานนี้ก็ทำให้ได้ เรียนรู้อะไรเยอะ ขึ้นอยู่กับว่าใครจะเก็บเกี่ยวไปได้มากน้อยแค่ไหน

เจาะลึกงาน "นักบัญชี" อาชีพนี้ไม่มีตกงาน !

แล้วตอนนี้ที่ออกมาทำกิจการของที่บ้าน แตกต่างจากที่เคยทำที่บริษัทใหญ่ๆ อย่าง
PriceWaterhouseCoopers ยังไงคะ ?

เนื่อง จากพี่เพิ่งออกมาจากที่สำนักงาน PriceWaterhouseCoopers ได้ไม่นาน ตอนนี้ก็อยู่ในช่วงเรียนรู้งานในด้านการทำบัญชี ตรวจสอบ วางแผนภาษี ในธุรกิจขนาดกลางถึงเล็ก ซึ่งก็มีความยากง่ายที่แตกต่างกันจากที่บริษัทใหญ่ มีโอกาสได้เรียนรู้งานจากการไปพบกับเจ้าหน้าที่กรมสรรพากร
เพื่อแก้ปัญหาให้ลูกค้าบ้างในบางครั้ง

แล้วถ้าพูดถึงงานด้านบัญชี นึกถึงอะไรบ้างคะ และน้องๆ ที่อยากจะเรียนบัญชี ควรรู้อะไรไว้ก่อนบ้าง ?

บางคนจะบอกว่างานบัญชีน่าเบื่อ เป็นงานส่วนใหญ่นั้นเกี่ยวข้องกับตัวเลข และเอกสารค่อนข้างมาก
เป็น งานที่ต้องใช้ความละเอียดรอบคอบค่อนข้างสูง หากคนสะเพร่า ก็คงปวดหัวไม่น้อย บางครั้งงานหนัก และเร่ง(ยิ่งถ้าช่วงปิดงบ) อาจจะไม่มีเวลาให้ครอบครัว เพื่อนๆ และแฟนไประยะนึงเลย ทำให้หลายๆ คนทนไม่ไหวเลิกที่จะทำไปเลย

งานส่วนใหญ่ เกี่ยวข้องกับข้อมูลจำนวนมาก ต้อง update ความรู้อยู่เสมอ ซึ่งมาตรฐานการบัญชีนั้นก็มีการ update อยู่ตลอดเวลา ต้องมีบุคลิกที่น่าเชื่อถือ สามารถเป็นที่ปรึกษาให้ลูกค้าได้ เหมือนต้องรู้สิ่งที่ลูกค้าถามตลอด ต้องพยายามหาคำตอบให้ได้ แม้ว่าตัวเองจะไม่รู้ก็ตาม ทำให้กดดันพอสมควร

และหากจะ สอบ CPA(Certified Public Accountant) ต้องมีระยะเวลาในการทำงานตรวจสอบ 3 ปี และทำงานให้ครบ 3,000 ชั่วโมง ถึงจะสามารถเซ็นงบได้ อันนี้เป็นเงื่อนไข ณ ปัจจุบันนะ ไม่แน่ในว่าอนาคตจะเปลี่ยนแปลงหรือป่าว ดังนั้นการจะทำงานด้านนี้มีเก่งอย่างเดียวไม่พอ ต้องอึดด้วย และส่วนใหญ่คนที่ทำทางด้านนี้จะมีสัดส่วนเป็นผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย (ในเมืองไทยนะ) และส่วนใหญ่เป็นโสด !!!

เจาะลึกงาน "นักบัญชี" อาชีพนี้ไม่มีตกงาน !

แล้วเพื่อนๆ ที่จบจากเอกการบัญชีด้วยกัน ไปทำงานอะไรบ้างคะ ?

ก็ ส่วนใหญ่ก็ทำงานทางด้านตรวจสอบบัญชีนะ บางคนก็ไปทำงานทำบัญชีตามบริษัทต่างๆ ทำงานเป็นที่ปรึกษาภาษี บางคนไปต่อปริญญาโท แล้วกลับมาทำงานสายการเงิน บางคนค้นพบว่าไม่ใช่สิ่งที่ตัวเองชอบ ไปทำอย่างอื่นที่ไม่เกี่ยวเลยก็มี โดยส่วนตัวพิ่คิดว่า ทำงานบัญชีนั้นหางานง่าย
เพราะ บริษัทยังไงก็ต้องการนักบัญชีอยู่แล้ว(ถ้าทำทางด้านบัญชีนะ) ถึงแม้ว่าบริษัทจะมีผลการดำเนินงานที่ดีหรือว่าไม่ดี ยังไงนักบัญชีนั้นก็เป็นสิ่งที่บริษัทขาดไม่ได้ ยิ่งถ้าได้นักบัญชีที่เก่งๆ แล้วธุรกิจนั้นจะมีข้อมูลที่ถูกต้อง เพื่อนำไปกำหนดทิศทางอนาคตบริษัทได้เลย

จาก การที่พี่สอบถามจากอาจารย์ รวมทั้งประสบการณ์ตรงที่พี่เจอมานะ ส่วนใหญ่ทำงานบัญชีจะได้เปรียบตรงเข้าใจที่มาที่ไปของงบการเงิน เข้าใจว่าถ้าบริษัทถ้าทำอะไรแล้วจะมีผลกระทบกับอะไร ซึ่งสามารถนำไปต่อยอดในการทำงานทางด้านอื่นๆ ต่อไปได้ดี ส่วนใหญ่ ถ้ามีความรู้ทางด้านนี้ สายงานที่ทำก็เริ่มต้นที่นักบัญชี ผู้ตรวจสอบบัญชี ต่อมาก็จะเป็นผู้จัดการแผนกบัญชี เติบโตเป็นหัวหน้าแผนกการเงิน (CFO) จนกระทั่งเป็นผู้บริหารก็เป็นได้

หากอยาก ทำงานทางด้านการเงินหรือทางด้านที่ปรึกษาภาษี การเรียนบัญชีแล้วหาความรู้เพิ่มเติมก็จะได้เปรียบในสาขาอื่น(อันนี้ในความ เห็นพี่นะ) สรุปก็คือสายงานทางด้านบัญชี ก็สามารถเป็นได้หลายอย่าง เช่น นักบัญชี, ผู้ตรวจสอบบัญชี, IT audit ,หัวหน้าแผนกการเงิน(CFO), ที่ปรึกษา(Advisory) ทางด้านต่างๆ เช่น การวางระบบบัญชี, tax consult, IFRS (มาตรฐานรายงานทางการเงินระหว่างประเทศ), due diligence (การประเมินราคาทรัพย์สินก่อนจะทำการซื้อขาย) ฯลฯ
สุดท้าย อยากให้ฝากถึงน้องๆ ที่อยากเรียนด้านนี้หน่อยค่ะ

หลายๆ คนที่เข้ามาเรียนบัญชี ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าบัญชีเรียนอะไร จบมาทำอะไร บางคนแค่สอบติด
แล้ว ที่บ้านอยากให้เรียนก็เลยเรียน บางคนคิดแค่ว่า จบแล้วหางานง่ายดี โดยที่ไม่รู้เลยว่าสิ่งที่เราเรียนในอนาคตที่จะเจอเป็นอย่างไร จะต้องไปเจออะไรบ้าง พี่เห็นหลายๆ คนอุตส่าห์เรียนมาตั้งนาน
สุดท้ายไม่ได้ใช้เลย เพราะเพิ่งค้นพบว่าตัวเองไม่ชอบ บางคนก็ต้องทนทำงานทีตัวเองไม่ชอบเพราะไม่รู้จะไปทำงานอะไร เลยอยาก ให้น้องๆ ที่กำลังหาข้อมูลอยู่ ค้นหาตัวเองให้เจอว่าชอบหรืออยากเป็นอะไรในอนาคต โดยอาจจะหาข้อมูลจากเว็บไซต์ต่างๆ คุยกับผู้ใหญ่หลายๆ คน ลองไปถามคนที่มีประสบการณ์ด้านนั้นโดยตรง ทำเท่าที่เราสามารถทำได้ เมื่อหาเจอแล้วก็ทุ่มกับมันให้เต็มที่ จะได้ไม่เสียใจในอนาคตว่า รู้งี้ น่าจะเรียน …..ก็ดี พี่เข้าใจว่ามันเป็นสิ่งที่ยากที่จะหาเจอว่าตัวเองจะชอบอะไร แต่อย่างน้อยก็พยายามให้ถึงที่สุดว่า ณ ขณะนั้นเราได้ทำเต็มที่แล้วนะ จะได้ไม่โทษตัวเองทีหลัง รวมทั้งตั้งใจอ่านหนังสือเพื่ออนาคตของตัวเองด้วยละ โชคดีนะครับน้องๆ !!!

เจาะลึกงาน "นักบัญชี" อาชีพนี้ไม่มีตกงาน !

          โอ้ โห ฟังแล้วรู้สึกเป็นงานที่ทั้งยาก และท้าทายจริงๆ เลยนะเนี่ย แต่เชื่อเถอะว่าคงได้ประสบการณ์มากมายแน่ๆ แถมงานด้านบัญชียังดูเป็นสายงานที่ดูไม่ตัน สามารถเติบโตได้เรื่อยๆ ตั้งแต่พนักงานบัญชีธรรมดาจนกลายเป็น CEO ! ฟังดูน่าทึ่งทีเดียว ดังนั้นใครใจรักด้านบัญชีจริงๆ ล่ะก็ สู้ๆ เข้าไว้นะ !

การดูแลสุขภาพปากและฟันสำหรับผู้หญิง

สุขภาพปากและฟันและสุขภาพโดยรวมของผู้หญิงicon_Smile-Saver_guide_231x135

สุขภาพปากและฟัน กับสุขภาพโดยรวมมีความเชื่อมโยงกันหรือไม่
รายงานจาก Surgeon General’s Report ในเรื่องสุขภาพปากและฟันระบุว่า สุขภาพปากและฟันที่ดีเป็นสิ่งสำคัญต่อสุขภาพกายที่ดี โดยเฉพาะกับผู้หญิง มีงานวิจัยมากขึ้นแสดงให้เห็นถึงความเชื่อมโยงของโรคเหงือกต่อปัญหาทาง สุขภาพอื่น ๆ ของผู้หญิง เนื่องจากโรคเหงือกเป็นการติดเชื้อแบคทีเรีย จึงสามารถเข้าไปในกระแสเลือด และเป็นสาเหตุของโรคอื่น ๆ:

  • โรคหัวใจ: ผู้ที่มีโรคเหงือกมีโอกาสเสี่ยงต่อโรคหัวใจ และหัวใจวายได้มากกว่าถึง 2 เท่า โรคหัวใจเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับหนึ่งของหญิงอเมริกัน1
  • เส้นเลือดในสมองแตก หรือ อุดตัน: งานวิจัยค้นพบว่าการติดเชื้อทางปากเพิ่มโอกาสเสี่ยงต่อโรคเส้นเลือดในสมองแตก หรือ อุดตัน 2
  • เบาหวาน: ผู้ที่เป็นเบาหวานมีโอกาสเป็นโรคเหงือกสูง และเป็นการยากกว่าที่จะรักษาระดับน้ำตาลในเลือด โรคเหงือกก็ยังเป็นสาเหตุของเบาหวานได้เช่นกันแม้กระทั่งในผู้ที่แข็งแรง3
  • ปัญหาของระบบทางเดินหายใจ: แบคทีเรียที่เจริญเติบโตจากฟันผุสามารถเดินทางไปยังปอด และก่อให้เกิดโรคทางเดินหายใจเช่น ปอดบวม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้ที่เป็นโรคเหงือก 4
  • ผลต่อการตั้งครรภ์: หญิงมีครรภ์ที่เป็นโรคเหงือกมีความเสี่ยงที่ทารกจะเกิดก่อนกำหนดและมี น้ำหนักตัวน้อย โรคเหงือกอาจทำให้เกิดการเพิ่มของระดับสารคัดหลั่งและกระตุ้นให้เกิดการคลอด4

เนื่องจากโรคเหงือกมักจะไม่มีความเจ็บปวด ผู้หญิงหลาย ๆ คนจึงอาจไม่รู้ว่าตนเองกำลังเป็นจนกระทั่งโรคเหงือกได้รุกลามเป็นขั้นร้าย แรง ปราการที่ดีที่สุดคือ การแปรงฟันและใช้ไหมขัดฟันทุกวัน ตลอดจนพบทันตแพทย์สม่ำเสมอ

สุขภาพปากและฟันของเราต้องการความเปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้างตลอดระยะเวลาของชีวิต
ผู้หญิงต้องการการดูแลสุขภาพปากและฟันเป็นพิเศษในบางช่วงเวลาของชีวิต การเปลี่ยนแปลงในระดับฮอร์โมนในช่วงวัยเจริญพันธุ์ ช่วงมีประจำเดือน ช่วงตั้งครรภ์ และช่วงหมดประจำเดือนจะส่งผลอย่างมากต่อการที่เหงือกมีปฏิกิริยาต่อ แบคทีเรีย ดังนั้นในช่วงเวลาเหล่านี้ ผู้หญิงจึงต้องระมัดระวังเป็นพิเศษในการแปรงฟันและใช้ไหมขัดฟันทุกวันเพื่อ ป้องกันโรคเหงือก

ข้อมูลสำคัญที่ควรรู้:

  • ช่วงมีประจำเดือน — ผู้หญิงบางคนอาจพบว่าเหงือกมีอาการบวมและมีเลือดออกก่อนมีประจำเดือน ในขณะที่บางคนอาจมีอาการปากแห้งแตก หรือมีแผลร้อนใน อาการเหล่านี้มักจะหายไปเมื่อประจำเดือนมา
  • ยาคุมกำเนิด — เหงือกบวมแดงเป็นผลข้างเคียงที่พบได้บ่อยจากยาคุมกำเนิด
  • การตั้งครรภ์ — งานวิจัยพบว่า หญิงมีครรภ์หลายคนมีอาการเหงือกอักเสบระหว่างตั้งครรภ์จากการที่คราบ แบคทีเรียสะสมที่ฟันและระคายเคืองที่เหงือก อาการที่พบคือ เหงือกบวมแดงและมีเลือดออก การดูแลก่อนการคลอดจึงเป็นสิ่งสำคัญมาก
  • ช่วงหมดประจำเดือน — อาการทางปากและฟันที่พบในช่วงนี้คือ เหงือกบวมแดง อาการเจ็บและไม่สบายในช่องปาก ปากร้อน การรับรู้ผิดปกติ และปากแห้ง
  • กระดูกพรุน — หลายงานวิจัยพบความสัมพันธ์ระหว่างโรคกระดูกพรุนและการสูญเสียกระดูกในขา กรรไกร นักวิจัยชี้ว่า นี่อาจเป็นสาเหตุของการสูญเสียฟัน เนื่องจากความหนาแน่นของกระดูกที่รองรับฟันลดลง และเมื่อรวมกับโรคเหงือก อาการกระดูกพรุนจึงเป็นตัวเร่งให้เกิดการเสียกระดูกบริเวณฟัน